เข้าใจอาการท้องผูกในเด็ก กับวิธีแก้ด้วยภูมิปัญญาไทย

เข้าใจอาการท้องผูกในเด็ก กับวิธีแก้ด้วยภูมิปัญญาไทย

สำหรับพ่อแม่และผู้ปกครองทุกคน เชื่อว่าสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ท่ามกลางเส้นทางที่สานกันของความทันสมัยทางดิจิทัลและคุณค่าดั้งเดิมของไทย เด็กๆของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพที่ไม่เหมือนใคร และความกังวลประการหนึ่งคืออาการท้องผูก บทความนี้ผมจะเจาะลึกถึงสาเหตุและเสนอมาตรการป้องกันซึ่งล้วนฝังอยู่ในแก่นแท้ของวัฒนธรรมไทยครับ

สิ่งกระตุ้นสมัยใหม่ทำเด็กไทยมีอาการท้องผูกมากขึ้น: 

  1. การเปลี่ยนแปลงการบริโภคอาหาร: อาหารไทยแบบดั้งเดิมอย่าง “ผัดผักรวม” หรือ “แกงจืด” (แกงจืดเต้าหู้หมูสับ) อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดเพิ่มมากขึ้น เด็กๆ อาจรับประทานอาหาร เช่น ชีสเบอร์เกอร์หรือไก่ทอด ซึ่งขาดใยอาหาร (Fiber) ที่จำเป็น
    (อ้างอิง: “Dietary Habits in Modern Thai Families” ดร. ธนพร วงษ์กิตติกุล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) 
  2. เวลาหน้าจอมากขึ้น: ก่อนการหลั่งไหลของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ตั้งแต่สมัยพ่อแม่เราเด็กไทยอาจเห็นเล่นเกมหมากฮอสโดยใช้เมล็ดมะขาม ตอนนี้เด็กๆเปลี่ยนไป พวกเขาอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับแอพหรือดูวิดีโอ ส่งผลให้ใช้กิจกรรมที่ออกกำลังกาย ขยับร่างกายลดลง
    (อ้างอิง: “Digital Age and Child Health” ดร.สมชาย รัตนกุล มหาวิทยาลัยมหิดล) 
  3. นิสัยการดื่มน้ำ: ในรุ่นก่อนๆเด็กๆอาจจะได้จิบน้ำใบเตย หรือ น้ำส้มคั้นสด ในขณะตอนนี้น้ำส้มถูกจับใส่กระป๋องไปหมดแล้ว น้ำอัดลมที่มีน้ำตาลและน้ำผลไม้ชนิดบรรจุกล่องในปัจจุบันอาจไม่ให้ประโยชน์ต่อความชุ่มชื้นเท่าเดิม
    (อ้างอิง: “Hydration Patterns in Thai Youth” ดร. สุวิทย์ ภูมิสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)
เพิ่มเติม: ทำไมการดื่มน้ำใบเตย (ที่ไม่หวาน-หวานน้อย) ดีกว่า ดื่มน้ำอัดลม?

จริงอยู่ที่น้ำอัดลมมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก, แต่ประเด็นคือสิ่งที่อยู่ในน้ำอัดลม ได้แก่ คาเฟอีนทำให้ฉี่บ่อยกว่าเพราะคุณสมบัติขับปัสสาวะอ่อนๆ (Diuretics), น้ำตาลปริมาณมากมีผลต่อการดูดซึมน้ำในลำไส้, โซเดียมที่มากเกินไปในน้ำอัดลมบางชนิดอาจจะทำให้สมดุลของเหลวในร่างกายผิดปกติ *แม้จะไม่มี Research ออกมาชัดเจนว่าการดื่มน้ำอัดลมแทนน้ำจะทำให้ขาดน้ำ แต่ทิศทางของงานวิจัยที่เกี่ยวโยงได้ทั้งหมดแนะนำว่าดื่มน้ำเปล่าดีกว่าครับ

เพิ่มเติม: ทำไมการขยับร่างกายช่วยลดอาการท้องผูก
  • ทำให้ท้องขยับ: กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อให้อึ๊น้อยของขยับลงมาตามลำไส้ได้ง่ายขึ้น, กลับกันถ้าไม่ขยับก็จะลงมาลำบาก *โดยเฉพาะการออกกำลังกายบางประเภทที่เน้นการเคลื่อนไหวของช่องท้องก็จะช่วยได้ดี
  • กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด: แน่นอนว่ารวมถึงลำไส้ด้วย ทีนี้ส่วนลำไส้ที่เก็บอึ๊น้อยของลูกเราก็เลิกขึ้นเกียจและทำงานของมันมากขึ้น
  • ลดความเครียด: ความเครียดก็เป็นอีกต้นเหตุของอาการท้องผูกในเด็ก อาจจะเพื่อน, หรือคุณครู ถึงเด็กจะเปิดรับสิ่งใหม่ง่ายจนเหมือนลืมไป แต่ความเป็นจริงลูกคุณความจำดีมากนะครับ
  • รักษาสมดุล: ทั้งสมดุลของเหลวในร่างกาย ในอึ๊นุ่มออกมาง่าย, สมดุลฮอร์โมนก็มีหลายรายการที่ช่วยระบบการย่อยและขับถ่าย

4 วิธีแบบไทยในโลกสมัยใหม่แก้ท้องผูกให้ลูก: 

  1. อาหารที่สมดุล: การกลับไปสู่พื้นฐานสามารถช่วยได้ อาหารอย่าง “ต้มข่าไก่” (ไก่ต้มกะทิ) ที่อุดมไปด้วยของเหลว หรือ “ส้มตำ” (แบบไม่เผ็ด) ที่เต็มไปด้วยเส้นใยธรรมชาติสามารถช่วยย่อยอาหารได้
    (อ้างอิง: “Thai Culinary Traditions & Health” ดร.อนัญญา ชัยเดช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) 
  2. กิจกรรมกลางแจ้ง: นอกเหนือจากเกมแบบดั้งเดิมแล้ว การเดินทางไปยังสวนสาธารณะ เช่น ลุมพินีในกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัดกิจกรรมเช่นการเล่นว่าวในทุ่งโล่งก็ให้ทั้งความสนุกสนานและเป็นประโยชน์ต่อการย่อยอาหาร
    (อ้างอิง: “Physical Activity in Thai Childhood: A Historical Perspective” ดร.กิตติพงศ์ รุ่งเรือง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) 
  3. เติมความชุ่มชื้นด้วย Thai Herbal Drink: เครื่องดื่มจากธรรมชาติ เช่น น้ำมะนาว หรือ น้ำมะพร้าว เป็นวิธีรักษาร่างกายให้ขาดน้ำได้อย่างอร่อยและมีประโยชน์ รับรองว่าคุณลูกชอบมาก
    (อ้างอิง: “Herbal Hydration: Thai Traditional Beverages” ดร. พิมพ์ชนก สุขประเสริฐ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)
  4. วินัย และ สติ: การปฏิบัติแบบดั้งเดิม เช่น การตื่นนอนตักบาตร จะช่วยปลูกฝังทั้งวินัยและการมีสติ สิ่งเหล่านี้สามารถส่งเสริมนิสัยการกินที่ดีขึ้นและการจัดการความเครียดได้อย่างละเอียดในระยะสั้นและยาว
    (อ้างอิง: “Mindfulness in Thai Culture and Its Impact on Health” ดร.จิรวัฒน์ ประมุข มหาวิทยาลัยศิลปากร)  

การเปิดรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของศตวรรษที่ 21 และการรักษารากในประเพณีไทยของเราก็สามารถเป็นแนวทางในการจัดการปัญหาด้านสุขภาพ เช่น อาการท้องผูกในเด็กเล็กได้ ด้วยการผสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเข้ากับข้อมูลเชิงลึกสมัยใหม่ เพื่อปูทางสู่สุขภาพที่แข็งแรงของลูกเรา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *