พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ มีอะไรบ้าง ดูแลอย่างไร ? Ep.1

พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

สวัสดีค่า…วันนี้ก็พบกับเมย์อีกแล้ว หัวข้อในวันนี้ที่จะเล่าให้ฟังเป็นเรื่อง “พัฒนาการเด็กช่วงวัย 1 ขวบ” ซึ่งบอกเลยว่าเป็นช่วงวัยที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมพร้อมทั้งในเรื่องของความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางการเลี้ยงดูลูกๆ ในช่วงนี้ให้มากเป็นพิเศษเลยล่ะ

ในช่วงลูกเพิ่งเกิดเป็นช่วงที่พ่อแม่จะมีความแปรปรวนทางด้านอารมณ์เป็นอย่างมาก ทั้งความเหนื่อยล้าของการตั้งครรภ์ ภาวะอารมณ์เปลี่ยนแปลงระหว่างช่วงตั้งครรภ์ ทั้งคุณพ่อคุณแม่จะต้องประคับประคองความรู้สึกกันเอาไว้ เพื่อพร้อมที่จะเลี้ยงดูทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลกคนใหม่นี้ด้วยกันนะคะ  

เพราะสิ่งที่สำคัญในการดูแลทารก คือต้องให้เขาได้สัมผัสถึงความอบอุ่นมากที่สุด คอยพูดคุย โอบกอด ปลอบโยน เพราะเขาเพิ่งได้สัมผัสโลกครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่จึงควรมีความรู้ความเข้าใจเรื่อง พัฒนาการเด็ก 1 ขวบ เตรียมพร้อมเรียนรู้พัฒนาการเด็ก และโภชนาการในเด็ก และอีกเรื่องที่เมย์อยากย้ำเลยคือ การเลี้ยงลูกพ่อแม่ควรมีความอดทน ใจเย็น เพราะการเลี้ยงเด็กหนึ่งคนนั้นต้องใช้ระยะเวลาและความอดทนทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมากเลยล่ะ  

วัยทารกแรกเกิด ในพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

ช่วงระยะเวลาหลังคุณแม่ให้กำเนิดทารกคนใหม่ แม้ว่าในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด คุณแม่จะเห็นลูกน้อยเอาแต่นอนทั้งวัน อาจส่งเสียงร้องบ้างหากมีการขับถ่าย หรือมีสภาพแวดล้อมที่รบกวนการพักผ่อน แต่ช่วงระยะนี้เมย์อยากแนะนำให้คุณแม่ใกล้ชิดกับน้องให้มากที่สุดเลยค่ะ ไม่ว่าจะพุดคุยกับลูก อุ้มลูก ปลอบประโลมโอบกอดลูกน้อยของคุณ เพราะทุกเวลานาทีที่ผ่านไปคุณแม่สามารถสร้างเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้ไม่ต่างจากทารกในวัยอื่นๆ เลยล่ะ

พัฒนาทางสมอง ในพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

เมย์อยากบอกว่าพัฒนาการสมองของทารกช่วง 0-3 เดือน มีการเติบโตของสมองมาตั้งแต่ในครรภ์แล้วค่ะ ทารกจะรู้จักเสียงของแม่และอาจจำเสียงของนิทานที่แม่อ่านให้ฟังขณะที่ยังอยู่ในครรภ์ได้ และช่วงนี้เขาจะเริ่มมองเห็นแบบมัวๆ อาจไม่ชัด แต่พัฒนาการทางสมองของทารกจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงวัย พัฒนาการสมองเด็ก 1 ขวบจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่า ที่เห็นได้ชัดจะเป็นการเติบโตสมองส่วน cerebellum หรือ สมองน้อย ทำหน้าที่สำคัญด้านการรับรู้และการควบคุมการสั่งการ ส่งผลถึงการพัฒนาการด้านร่างกายและทักษะการเคลื่อนไหว ลูกๆ จะเรียนรู้ผ่านการเล่น พวกเขาเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหว มองเห็น ได้ยิน สื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

พัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ในพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

ในช่วงวัยทารกพัฒนาการด้านสติปัญญาและการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตลูกน้อยอย่างใกล้ชิด เฝ้ามองพฤติกรรมต่างๆ ที่ลูกแสดงออกมา การขยับร่างกาย หรือการส่งเสียงร้อง ล้วนมีผลมาจากการเรียนรู้ด้านสติปัญญาทั้งสิ้น เมย์จึงอยากให้ทำความเข้าใจพัฒนาการด้านสติปัญญาของลูกน้อยก่อนวัย 1 ขวบ ว่าเค้ามีพฤติกรรมแบบไหน จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจลูกมากขึ้นและเลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

  • สัปดาห์แรกเมื่อลืมตาดูโลกลูกน้อยต้องการเวลานอนหลับประมาณ 17-18 ชั่วโมงต่อวัน การนอนหลับที่เพียงพอ สำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและสมองของลูกเป็นอย่างมาก เพราะขณะที่ลูกหลับร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโตและช่วยเพิ่มพลังงานให้สมอง
  • การนอนหลับของลูกน้อยจะแบ่งเป็นตอนกลางวัน 8-9 ชั่วโมง ตอนกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับช่วงวัยด้วยนะคะ แต่ที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่จำเป็นจะต้องปลุกทารก เพื่อกินนมเป็นรอบในแต่ละวันด้วย
  • การนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือการนอนหลับไม่สนิท เช่น อยู่ในสถานที่เสียงดังเกินไป เย็นหรือร้อนเกินไป ย่อมไม่ส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูก
  • ประสาทหูของลูกค่อนข้างไวต่อเสียง ขณะนอนหลับหรือเล่นอยู่หากมีเสียงดังก็สะดุ้งผวาได้ง่าย
  • ประสิทธิภาพในการมองเห็นของทารกยังไม่ดีนัก มองเห็นได้เพียงรางๆ ระยะห่างไม่เกิน 8 นิ้วเท่านั้น
  • ลูกน้อยสามารถรับรู้เวลาได้รับการโอบอุ้ม สัมผัส ยิ่งคุณแม่โอบอุ้มลูกให้อยู่ในท่าที่มั่นคงเพื่อให้นมจะช่วยให้ลูกกินนมได้ง่ายขึ้น

ทำความเข้าใจพฤติกรรมของทารกแรกเกิด

วัยแรกเกิดลูกจะเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองกับสิ่งรอบตัว ผ่านการแสดงพฤติกรรมต่างๆ โดยเฉพาะสัปดาห์แรกของช่วงชีวิต ลูกๆ ของเราจะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว เมย์จะบอกว่าสิ่งรอบตัวไม่ว่าจะ เสียง กลิ่น อากาศ ล้วนมีผลต่อทารกทั้งนั้น ลูกจะเริ่มสำรวจโลกรอบตัวผ่านการมองเห็น การได้ยิน และการสัมผัสตามพฤติกรรมดังนี้ค่ะ  

  • พฤติกรรมของทารกแรกเกิด การสบตา การร้องไห้ การมองหรือหยิบจับสิ่งของ
  • คุณพ่อคุณแม่ต้องเอาใจใส่และตอบสนองต่อพฤติกรรมของลูกน้อยในช่วงนี้ เพื่อเป็นการสร้างความผูกพันของคุณแม่และช่วยให้ลูกน้อยของคุณเรียนรู้และพัฒนาได้เร็ว
  • เน้นย้ำให้คุณแม่ดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อคุณมีสุขภาพแข็งแรงก็จะส่งผลดีต่อลูกน้อย
  • ทารกในวัยนี้ต้องการ ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น ความรักและการตอบสนอง ต่อพฤติกรรมที่ลูกแสดงออก เพราะเด็กยังพูดไม่ได้

พัฒนาการด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว ในพัฒนาการเด็ก 1 ขวบ

พัฒนาการด้านร่างกายทารก มีผลต่อการเคลื่อนไหว ขยับกล้ามเนื้อ และแสดงออกมาทางพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการทางร่างกายและการตอบสนองของลูกให้ดี เพื่อที่จะได้ส่งเสริมพัฒนาการของลูกได้ตรงจุดและตรงช่วงวัยมากขึ้น อีกอย่างเมย์อยากให้ทุกบ้านที่มีทารกแรกเกิด เตรียมจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเด็กเล็กด้วยนะคะ ไม่ว่าจะพื้นที่เล่น ที่นอน ความปลอดภัยต้องมาก่อน และอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ ก็ควรใช้อย่างเหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กๆ

เมย์เลยขอแบ่งแยกพัฒนาการทางร่างกายและการเคลื่อนไหวของทารกออกเป็นช่วงเดือน เพื่อให้เห็นพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กๆ แต่ละเดือนอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นนะคะ

  • ช่วง 1 เดือน

ลูกจะทำตาพริ้ม กระพริบตา ส่ายศีรษะไปมาได้เล็กน้อย นอนคว่ำได้ ยกศรีษะ จ้องหน้า ยิ้มไม่มีเป้าหมาย ขยับแขนขา การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่เป็นไปในรูปแบบของปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexes) เช่น ถ้าคุณแม่เปลี่ยนท่านอนลูกอย่างฉับพลันหรือมีเสียงดัง ลูกจะสะดุ้งผวา แขนขากางออกแล้วงอกลับมาอยู่ในท่าห่อตัวอย่างรวดเร็ว เมย์อยากให้คุณแม่ลองเอานิ้วเขี่ยที่แก้มของลูก เขาจะหันหาตามทิศทางที่คุณสัมผัส ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้ด้วยการโอบอุ้มหรือนวดสัมผัสตามส่วนต่างๆ ของร่างกายลูกบ่อยๆ ซึ่งช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ดีขึ้น

  • ช่วง 2 เดือน

ลูกสามารถยกศรีษะ 45 องศา แขนและขาเหยียดออกมากขึ้น มองตามวัตถุได้ 180 องศา ส่งเสียงร้องอ้อแอ้แต่ไม่เป็นคำ เริ่มยิ้มเอง ยกอกในท่าคว่ำ คุณแม่สามารถเสริมพัฒนาการให้ลูกได้โดยการให้นอนคว่ำเปลี่ยนท่าบ่อยๆ หรือจะแขวนโมบายสีสดใสมีเสียงดนตรีเวลาหมุน ของเล่นเขย่ามีเสียง กรุ๊งกริ้ง กระตุ้นระบบการรับรู้ได้ดี การแขวนโมบายควรเว้นระยะห่าง 8-12 นิ้ว

  • ช่วง 3 เดือน

ลูกสามารถยกศีรษะได้ถึง 90 องศา ชันคอได้เมื่อจับท่านั่ง เริ่มจำคุณแม่ได้ หัวเราะส่งเสียงดัง ยิ้มเอง เอามือตีสิ่งของ หยิบเอามือเข้าปาก ช่วงนี้เมย์แนะนำให้คุณแม่ส่งเสียงโต้ตอบกับลูกบ่อยๆ ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการรับรู้ การสื่อสารได้ดี ให้คุณแม่อุ้มลูกท่านั่งพร้อมพูดคุย ให้ลูกโต้ตอบ และลองเริ่มฝึกให้หยิบจับสิ่งของด้วยตัวเอง

  • ช่วง 4 เดือน

ลูกเริ่มพลิกหงายคว่ำได้เอง ชูคอตั้งขึ้นในท่าคว่ำ เกร็งคอไม่ตกเมื่ออุ้มในท่าหงาย ใช้ขาถีบพื้นเมื่อเท้าของเขาอยู่บนพื้นแข็ง คว้าสิ่งของใกล้ตัวได้ เขย่าของเล่นที่กำลังถืออยู่ในมือ เริ่มหันตามเสียงกระตุ้นรอบข้างหรือเสียงเรียก เมย์แนะนำให้คุณแม่ชูของเล่นให้ลูกคว้า วางของเล่นแบบที่ใช้เขย่าให้มีเสียงไว้ใกล้ลูกน้อย เพื่อให้เขาเอื้อมมือไปจับและเขย่าได้เอง และอย่าลืมให้กำลังใจเมื่อลูกทำได้นะคะ

  • ช่วง 5 – 6 เดือน

ลูกของเราเริ่มพัฒนาการร่างกายแข็งแรงขึ้น นอนคว่ำยกอกได้ ใช้เท้ายันพื้น นั่งเองได้แต่ล้ม คว้าของใกล้ตัว คว้าของมือเดียว หยิบสิ่งของเข้าปาก ชอบเลีย อมสิ่งของหรือมือ ช่วงวัยนี้เมย์ยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยค่ะ ลูกๆ เราเริ่มรู้ชื่อตัวเองแล้ว เมื่อเรียกชื่อลูกก็จะตอบสนองต่อเสียงเรียก เมย์ขอย้ำว่าช่วงวัยนี้ลูกจะเริ่มแข็งแรงเคลื่อนไหวเร็วขึ้น ควรจัดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กพลิกคว่ำ และมีคนดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย

  • ช่วง 7 – 8 เดือน

ลูกสามารถนั่งได้ไม่ต้องพิง เริ่มยืนเกาะได้แล้ว ส่งเสียงได้หลายพยางค์มากขึ้น เดาะลิ้นได้ ลุกนั่งได้เอง คลาน เลียนเสียง หม่ำๆ หยิบของกินชิ้นเล็กๆได้เอง มองตามของที่ตก เมย์แนะนำให้เสริมพัฒนาการลูกโดยการ แกว่งของให้ลูกมองตาม พูดและทำท่าทางเล่นกับลูก ช่วงนี้ต้องเริ่มอุ้มลูกให้น้อยลงแล้ว ให้เด็กได้คลานและนั่งเล่นด้วยตัวเอง ลองหาของเล่นที่สี พื้นผิว และขนาดต่างกัน เช่น ผิวเรียบ หยาบ อ่อน แข็ง ให้หยิบจับ ช่วยพัฒนาการทางสมองให้เร็วขึ้นด้วย

  • ช่วง 9 – 10 เดือน

เด็กเริ่มเกาะเดิน เกาะยืนได้เอง ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งหยิบของได้ สามารถหยิบของที่หล่นได้ เหนี่ยวตัวเกาะยืน เคาะของเล่น รู้จักชื่อตัวเองชื่อพี่น้องคนรอบข้าง ส่งเสียงเรียกคนที่ใกล้ชิดคุ้นเคย มองตามที่ผู้อื่นชี้ จะเห็นว่าลูกเริ่มเข้าใจภาษามากยิ่งขึ้น เคลื่อนไหวได้คล่องตัว เมย์แนะนำให้ส่งเสริมพัฒนาการโดยการหัดให้เกาะยืนและเกาะเดินด้วยตัวเอง อาจมีล้มหรือพลาดบ้าง คอยเรียกชื่อลูกและชูของเล่นให้ลูกสนใจ ให้เค้าเดินไปหยิบจับเล่นเอง เล่นจ๊ะเอ๋ ปรบมือ บ๊ายบาย เริ่มให้ลูกพบปะผู้คน พาไปนอกบ้าน ฝึกให้หยิบของกินชิ้นเล็กๆ เข้าปากเอง และหายางหรือพลาสติกที่นิ่มๆไว้ให้ลูกกัดด้วยนะ ช่วงนี้กำลังคันเหงือกเลยทีเดียวล่ะ

  • ช่วง 11- 12 เดือน

ลูกน้อยใกล้จะยืนได้เองแล้วนะ ช่วงนี้ลูกจะเกาะยืนหรือใช้มือข้างเดียวเกาะได้ ดื่มน้ำจากแก้วได้ ตั้งไข่ สามารถยืนได้ชั่วขณะ ก้มลงหยิบของเอง ขีดเขียน เลียนแบบท่าทางและเสียง ชี้ของที่ต้องการได้ เมย์อยากบอกว่าช่วงเปลี่ยนผ่านข้ามไปวัย 1 ขวบคุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจลูกมากเป็นพิเศษ เพราะจะต้องหัดลูกให้ยืนได้เอง หัดให้ก้าวเดิน จูงมือเดิน หัดให้ชี้ของที่ต้องการและฝึกให้เรียกชื่อสิ่งของ พูดคุยกับลูกให้บ่อยๆ เน้นสบตา มองหน้า มองปาก และให้เขาพูดตาม ลองปล่อยให้ลูกมีอิสระทั้งเรื่องการสื่อสารและการเคลื่อนไหว แต่อยู่ในสายตาพ่อแม่

ลูกของเราจะก้าวข้ามไปช่วงวัย 1 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ต้องเอาใจใส่เรื่องพัฒนาการเด็ก 1 ขวบให้มาก พวกเขาจะเริ่มซุกซนมากขึ้นใช้นิ้วแหย่หรือจิ้มรูหรือสิ่งต่างๆ เดินไปหยิบจับสิ่งของเข้าปาก คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ตัวช่วยอย่าง อุปกรณ์หรือของเล่นเสริมพัฒนาการกับลูกๆ ได้ เช่น คอกกั้น แผ่นรองคลาน รถผลักเดิน สายพยุงเดิน กล่องใส่ของเล่นที่หยิบเข้าออกง่าย เพื่อช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการของลูกและช่วยให้การเลี้ยงลูกง่ายยิ่งขึ้นค่ะ

Reference

  1. The australian parenting website
  2. HARVARD T.H .CHAN | School of Public Health

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *