ทำความเข้าใจเมื่อลูกกินข้าวยาก: คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองเด็กเล็ก

วิธีการเลี้ยงดูลูกน้อย ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั้น เมย์ขอเน้นย้ำว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็นด้านความคิด พฤติกรรม หรือการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ รอบตัว จะช่วยให้เราสามารถเลี้ยงลูกได้อย่างถูกต้องและเติบโตไปพร้อมกับพัฒนาการที่สมบูรณ์ค่ะ

วันนี้หัวข้อที่จะคุยกันเป็นเรื่องพฤติกรรมของลูกน้อย ที่คุณพ่อคุณแม่หลายท่านต้องปวดหัวอย่างแน่นอน การให้ลูกกินข้าวในแต่ละมื้อนั้น นอกจากจะต้องเตรียมอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยแล้ว ยังต้องสร้างบรรยากาศในการกินทุกครั้ง เพื่อให้ลูกน้อยเจริญอาหาร แต่หากว่าลูกน้อยยังกินข้าวยากก็ต้องหาแนวทางแก้ไขแล้วล่ะ  

ทำความเข้าใจเมื่อลูกกินข้าวยาก: คำแนะนำสำหรับคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครอง เด็กเล็กทุกคน

เมย์ขอแนะนำแนวทางสำหรับคุณแม่ คุณพ่อ ผู้ปกครองเด็กเล็กทุกคน หากลูกกินข้าวยากแบบนี้ค่ะ การเลี้ยงลูกในยุคนี้มาพร้อมกับความท้าทายที่ไม่เหมือนใครและหากคุณเป็นพ่อแม่ของคุณลูกที่ชอบความแปลกใหม่ ช่างเลือก (Picky eater) กินยาก เลือกกินแต่สิ่งที่ถูกใจ ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ต้องกังวลใจไม่น้อยเลยล่ะ เวลามื้ออาหารทุกครั้งจะไม่เงียบสงบอย่างแน่นอน โต๊ะทานอาหารจะกลายเป็นสนามรบกับลูกน้อยได้เสมอทุกมื้อ

วันนี้เมย์จะพาคุณพ่อคุณแม่มาเจาะลึกปัญหานี้เพื่อทำความเข้าใจและเพื่อจัดการเรื่องนี้กันดีกว่าค่ะ

1. มองเห็นและเข้าใจปัญหาของพวกเค้า

มีผลการศึกษาจาก ดร. สมพร กาญจนพิพัฒน์กุล มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย ชี้ให้เห็นว่าการเป็นเด็กที่เลือกกิน ไม่ใช่เพียงแค่มีพฤติกรรมที่ดื้อรั้นเท่านั้น สำหรับเด็กบางคนจะเชื่อมโยงกับความไวทางประสาทสัมผัส เด็กหลายคนอาจไม่ชอบ texture การสัมผัส กลิ่น หรือแม้แต่อุณหภูมิของอาหาร ซึ่งมีผลทำให้พวกเขามีพฤติกรรมช่างเลือกได้ง่ายๆ เลยล่ะ

2. ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นถ้าลูกกินข้าวยาก

  • ภาวะขาดสารอาหาร:

จากการศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญถึงความเสี่ยงของพฤติกรรมลูกกินข้าวยาก ช่างเลือก หรือไม่กินเลย จะนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางสติปัญญาของลูกน้อย

  • ความท้าทายทางสังคม:

มีเด็กหลายคนอาจไม่ได้ชอบการเข้าสังคมหรือจะต้องทำกิจกรรมร่วมกันกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา วัฒนธรรมไทยที่มีการรับประทานอาหารร่วมกัน หมายความว่าเด็กๆ มักจะรับประทานอาหารร่วมกันที่โรงเรียนหรือในช่วงเทศกาล จากคำกล่าวของนักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม ดร. เบญจวรรณ นาราสัจจ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้บอกไว้ว่า การที่เด็กไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมโต๊ะอาหารกับผู้อื่น อาจนำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยวได้

  • การเลือกกินอาหารอย่างจำกัด:

เมย์มองว่าอาหารของบ้านเรามีความหลากหลาย ตั้งแต่รสชาติเผ็ดร้อนของอีสาน ไปจนถึงแกงกะทิของภาคกลางหรือใต้ ประเทศไทยมีเมนูอาหารให้เลือกลองทานมากมาย คุณพ่อคุณแม่สามารถคาดเดาได้ว่าลูกจะชอบกินแบบไหน แต่การที่เค้าเป็นคนช่างเลือกหรือกินยาก อาจจะทำให้เค้าเสียโอกาสในการลองอาหารใหม่ๆ ที่เค้าอาจจะชอบทานก็ได้นะคะ

3. สาเหตุที่ทำให้ลูกกินข้าวยาก กินน้อยหรือไม่กินเลย  

  • ความไวทางประสาทสัมผัส

ในเด็กบางมีความไวต่อรสชาติหรือเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นเป็นพิเศษ เมย์มองว่าอาจเป็นเหตุผลทำให้ลูกน้อยเลือกสรรหรือระมัดระวังในการลองอาหารจานใหม่ๆ รายงานจากสมาคมกุมารแพทย์ไทย พบว่าเด็กบางคนมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเขาเลือกสรรเนื้อสัมผัสและรสชาติของอาหาร ในแบบที่ตัวเองชอบ

  • ประสบการณ์เชิงลบในอดีต

หากลูกน้อยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับเมนูอาหารนั้นเพียงครั้งเดียว ก็สามารถนำไปสู่ความเกลียดชังในระยะยาวได้เลยค่ะ บางทีการทานแกงเขียวหวานที่เผ็ดเกินไป จนทำให้ลูกน้อยรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน ปวดท้องหรือท้องเสีย ก็อาจทำให้ลูกน้อยหลีกเลี่ยงเมนูประเภทแกงแบบอื่นๆ ไปด้วย มีคำกล่าวของนักจิตวิทยาเด็ก ดร. ชลิดา เอื้อบำรุงจิตต์ บันทึกไว้ว่า เมื่อเด็กมีประสบการณ์ไม่ดีกับอาหารจานเดียวอาจทำให้เด็กลังเลกับอาหารบางชนิดเป็นเวลานานได้

  • อยู่ในช่วงระยะพัฒนาการ

เด็กเล็กมีพัฒนาการที่ต้องให้ความสำคัญหลายด้าน เช่นเดียวกับพัฒนาการเรียนรู้เรื่องอาหาร ในเด็กวัยหัดเดินจะเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่” หากไม่ต้องการสิ่งนั้น ลูกน้อยอาจใช้การเลือกอาหารเพื่อควบคุมหรือแสดงออกถึงความชอบ ศาสตราจารย์ อนัญญา วงศ์ธีรศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กไทย ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กเล็กมักจะยืนยันความเป็นอิสระผ่านการเลือกอาหารในช่วงพัฒนาการบางช่วงวัย

  • อิทธิพลทางวัฒนธรรม

ในสังคมของช่วงวัยเด็กนั้น ลูกน้อยจะได้เรียนรู้พฤติกรรมจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ใกล้ชิด การมองเห็นและเรียนรู้ จะนำไปสู่พฤติกรรมการเลียบแบบหรือทำอะไรคล้ายๆ กัน การเห็นเพื่อนฝูงหรือรุ่นพี่หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง อาจส่งผลต่อความชอบของเด็กเล็กได้เลยล่ะ การส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางสังคมให้ลูกๆ ได้อยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่เป็นตัวอย่างก็มีผลทำให้กินอาหารได้หลากหลายและง่ายขึ้น

4. แนวทางแก้ไขปัญหา เมื่อลูกกินข้าวยาก ช่างเลือกหรือกินยากมาก

  1. การสื่อสารที่เห็นอกเห็นใจ: เมย์อยากให้คุณพ่อคุณแม่ต้องมีส่วนร่วมในการสนทนาที่เปิดกว้าง เปิดใจและถามพวกเขาว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับอาหารที่อยู่ตรงหน้าหรืออาหารที่ลูกน้อยไม่ชอบกิน และรับฟังเหตุผลและความรู้สึกของลูกโดยไม่ตัดสิน
  2. เริ่มเพิ่มปริมาณทีละนิด: ต้องค่อยๆ แนะนำให้ลูกน้อยได้รู้จักกับอาหารจานใหม่ๆ เมนูที่แปลกไปจากเดิม ช่วงแรกลูกน้อยอาจมีความลังเลใจว่าจะกินหรือไม่ แต่หากให้เวลาและค่อยๆ ให้เค้าได้เรียนรู้รสชาติก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ ตัวอย่างเช่น เมนูบะหมี่ เริ่มต้นด้วยบะหมี่ธรรมดากับน้ำซุปให้ลูกน้อยกินเป็นครั้งแรก และค่อยๆ เพิ่มส่วนผสม ลูกชิ้นหรือผัก เมื่อเป็นมื้ออาหารถัดไป
  3. ให้ลูกน้อยมีส่วนร่วมในการทำอาหาร: อาหารไทยมีวัตถุดิบมากมายให้เตรียมอย่างสนุกสนาน เมย์แนะนำให้ลอง ปล่อยหนูน้อยหยิบจับ ปั้นเอง ตอกไข่ หรือช่วยเตรียมหมูปั้น เสียบไม้ ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจในเรื่องอาหารได้ค่ะ การเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปรุงอาหาร สามารถทำให้ลูกน้อยเปิดใจกินอาหารที่ตัวเองมีส่วนร่วมมากขึ้น
  4. สร้างสรรค์อาหารจานที่คุ้นเคย: หากคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกชอบเมนูอะไร เช่น ลูกน้อยรักข้าวผัดชอบกินมาก ให้ลองสร้างสรรค์เมนู อย่างเติมผักหรือโปรตีนใหม่ๆ เช่น ไข่ ถั่ว แครอท เข้าไปทุกครั้งที่ปรุงอาหารเมนูนี้ วิธีนี้จะช่วยให้ลูกน้อยได้ลิ้มลองสิ่งใหม่ๆ เพิ่มรสชาติอาหารที่หลากหลายด้วยความสบายใจและคุ้นเคย
  5. กำหนดกิจวัตรที่มีความยืดหยุ่น: การมีกิจวัตรประจำวันที่แน่นอนเมย์มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่หากลูกน้อยของเรามีปัญหากินข้าวยากแล้วล่ะก็ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะต้องยืดหยุ่นเรื่องเวลาให้มากขึ้นตามค่ะ เมย์แนะนำว่าอาจจะสร้างสถานการณ์ว่ามีวันพิเศษ “วันอาหารใหม่” เพื่อเปิดตัวหรือแนะนำเมนูที่แปลกใหม่ให้ลูกน้อยได้ลองชิม ทำให้การทานอาหารในวันพิเศษของลูกน้อยพวกเขาจะคิดว่าเป็นเรื่องสนุกขึ้นมาก็ได้นะ
  6. เป็นตัวอย่างที่ดี: เรื่องนี้เมย์มองว่าสำคัญมากค่ะ ทั้งคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองที่ดูแลลูกน้อยในช่วงวัยที่กำลังเติบโต เด็กๆ จะเรียนรู้จากการเห็นตัวอย่างของคนใกล้ชิด การแสดงความกระตือรือร้น มีความสุขและเพลิดเพลิน เมื่อลองชิมอาหารประเภทต่างๆ ของคุณพ่อคุณแม่ ส่งผลต่อทัศนคติของลูกน้อยในการเลือกกินอาหารมากเลยทีเดียว
  7. ขอความช่วยเหลือจากแพทย์เชี่ยวชาญ: หากความพิถีพิถันของลูกน้อยดูรุนแรงเกินไป เลือกกินและปฏิเสธอาหารเป็นระยะเวลานาน เมย์แนะนำให้ลองขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เด็กเฉพาะทางดูอีกที จะได้คำแนะนำและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อนำมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาลูกกินข้าวยากนี้นะคะ

มาถึงตรงนี้เมย์คิดว่าคุณพ่อคุณแม่น่าจะเข้าใจเรื่องพฤติกรรมลูกกินข้าวยากมากขึ้น และลองสังเกตว่าลูกน้อยที่บ้านของคุณมีพฤติกรรมช่างเลือกแบบนี้หรือไม่ สิ่งที่เมย์อยากให้ผู้ปกครองทุกคนเชื่อมั่นคือ “คุณทำได้” ต้องเข้าใจนิสัยลูกน้อยของเรา รสนิยมของเด็กแต่ละคนมีภูมิทัศน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การสอนพวกเค้าต้องใช้ความอดทน ความเห็นอกเห็นใจ และความคิดสร้างสรรค์ ในฐานะพ่อแม่ ความเข้าใจและยอมรับความคิดเห็นของลูกน้อย จะช่วยให้ผ่านพ้นปัญหาในครั้งนี้ไปได้ และยังมีข้อดีในการเปลี่ยนความท้าทายในการรับประทานอาหาร ให้เป็นโอกาสในการสร้างสายสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง: 
  1. ดร. สมพร กาญจนพิพัฒน์กุล, “ความอ่อนไหวในวัยเด็กและการเลือกรับประทานอาหาร” วารสารมหาวิทยาลัยมหิดล, 2563
  2. คณะแพทยศาสตร์ “โภชนาการเด็กและนิสัยการบริโภคอาหาร” วารสารการแพทย์จุฬาลงกรณ์ 2564
  3. ดร.เบญจวรรณ นราสัจ, “กินข้าวด้วยกัน: มื้อเที่ยงไทย” ทบทวนธรรมศาสตร์, 2562
  4. สมาคมกุมารแพทย์ไทย, “รายงานสุขภาพเด็กประจำปี, 2565
  5. ดร. ชาลิดา เอื้อบำรุงจิต “จิตวิทยาพฤติกรรมการกินในวัยเด็ก” สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2564 
  6. ศาสตราจารย์ อนัญญา วงษ์ธีรศักดิ์ “ระยะการพัฒนาเด็กไทย” ทบทวนการศึกษาศิลปากร, 2563
  7. ดร. กฤษฎา เสถียรลักษณ์, “การตั้งค่าอาหารระดับภูมิภาคในประเทศไทย” วารสารเกษตรศาสตร์, 2565
  8. นพ. วนิดา สังขบุตร, “การนำทางความท้าทายด้านโภชนาการของเด็ก” สิ่งตีพิมพ์ของโรงพยาบาลรามาธิบดี, 2566

One thought on “ทำความเข้าใจเมื่อลูกกินข้าวยาก: คำแนะนำสำหรับผู้ปกครองเด็กเล็ก

  1. Pingback: ทำไมลูกท้องผูก: อาการและสาเหตุเกิดจากอะไร? - Sapiens Health

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *